คู่มือสีท่อตาม มอก. ในประเทศไทย
เผยแพร่เมื่อ: May 23, 2026

คู่มือสีท่อตาม มอก. ในประเทศไทย

สรุปสีท่อไทย มอก. 17-2561, 216-2524, 982-2556 พร้อมการใช้งาน PVC-U, PP-R, HDPE สำหรับงานผู้รับเหมา

The Ultimate Guide to TIS Pipe Color Codes in Thailand: What Every Contractor Must Know

ในหน้างานก่อสร้างของไทย สีท่อไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นภาษาหน้างานที่ช่วยให้ผู้รับเหมา ช่างระบบ วิศวกร และฝ่ายจัดซื้อสื่อสารกันได้เร็วขึ้น ท่อสีน้ำเงิน สีเหลือง สีเขียว สีดำ สีขาว และสีเทา อาจมีหน้าตาคล้ายกันเมื่อมองไกล ๆ แต่ความจริงแล้วต่างกันทั้งวัตถุดิบ มาตรฐาน มอก. การรับแรงดัน วิธีต่อท่อ ความทนความร้อน และงานที่อนุญาตให้ใช้

หลักสำคัญคือ สีช่วยให้จำแนกประเภทได้เร็ว แต่สิ่งที่ตัดสินว่าท่อใช้ได้หรือไม่ คือข้อความที่พิมพ์บนท่อและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น มอก. 17-2561 สำหรับท่อพีวีซีแข็งสำหรับน้ำดื่ม มอก. 216-2524 สำหรับท่อพีวีซีแข็งใช้ร้อยสายไฟฟ้าและสายโทรศัพท์ และ มอก. 982-2556 สำหรับท่อพอลิเอทิลีนสำหรับน้ำดื่ม ผู้รับเหมาควรตรวจสอบเลข มอก. ชั้นคุณภาพ ขนาด ผู้ผลิต วันที่ผลิต และเครื่องหมายรับรองก่อนสั่งซื้อหรือส่งมอบงานเสมอ

ทำไมสีท่อจึงสำคัญในตลาดวัสดุก่อสร้างไทย

โครงการในไทยมักมีหลายทีมทำงานพร้อมกัน ทั้งช่างประปา ช่างไฟ ช่างสุขาภิบาล ผู้รับเหมางานโยธา และทีมตกแต่งภายใน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม โรงแรม โรงงาน คลังสินค้า และหมู่บ้านจัดสรร การใช้สีท่อช่วยลดความสับสนในช่องชาร์ฟ เหนือฝ้า และพื้นที่งานระบบที่มีท่อหลายประเภทเดินร่วมกัน

  • ความปลอดภัย: การนำท่อเหลืองร้อยสายไฟไปใช้เป็นท่อน้ำ หรือใช้ท่อ PVC-U สีน้ำเงินกับน้ำร้อน อาจทำให้เกิดความเสียหายรุนแรง
  • การตรวจรับงาน: งานราชการ โรงงาน และโครงการขนาดใหญ่ มักกำหนดให้วัสดุต้องมี มอก. หรือมาตรฐานที่ที่ปรึกษาอนุมัติ
  • การซ่อมบำรุง: สีท่อช่วยให้ทีมอาคารแยกระบบน้ำดี น้ำทิ้ง และระบบไฟฟ้าได้รวดเร็ว
  • การควบคุมต้นทุน: เลือกท่อถูกประเภทช่วยลดปัญหาท่อรั่ว ท่อแตก งานแก้ และการถูกปฏิเสธตอนตรวจรับ

ท่อสีน้ำเงิน: ท่อ PVC-U สำหรับน้ำเย็นและน้ำประปา

ท่อสีน้ำเงินเป็นท่อน้ำที่พบมากที่สุดในประเทศไทย โดยทั่วไปเป็นท่อ PVC-U หรือพีวีซีแข็ง ไม่ใส่สารเพิ่มความยืดหยุ่น ใช้กับระบบน้ำเย็นและน้ำประปา มาตรฐานที่เกี่ยวข้องคือ มอก. 17-2561 ท่อพีวีซีแข็งสำหรับน้ำดื่ม

  • วัสดุ: PVC-U หรือ Unplasticized Polyvinyl Chloride เป็นพลาสติกแข็ง ใช้กันแพร่หลายในงานประปา
  • มาตรฐานหลัก: มอก. 17-2561
  • ชั้นคุณภาพที่พบได้บ่อย: ชั้น 5 ชั้น 8.5 และชั้น 13.5 โดยชั้นสูงขึ้นมักหมายถึงผนังหนาและรับแรงดันได้มากขึ้น
  • วิธีต่อ: ต่อด้วยน้ำยาประสานท่อและข้อต่อ PVC-U ที่เข้ากัน
  • งานที่เหมาะสม: ระบบน้ำเย็นในบ้าน อาคารพักอาศัย งานประปาทั่วไป งานเกษตร และระบบน้ำใช้แรงดันต่ำถึงปานกลาง
  • ไม่ควรใช้กับ: น้ำร้อน ลมอัด สารเคมีที่ยังไม่ตรวจสอบความเข้ากันได้ หรือจุดที่โดนแดดจัดเป็นเวลานานโดยไม่มีการป้องกัน

ท่อสีน้ำเงินได้รับความนิยมเพราะราคาเหมาะสม น้ำหนักเบา ตัดง่าย และช่างไทยคุ้นเคย แต่สภาพอากาศไทยมีทั้งแดดจัด ความร้อนใต้หลังคา และรังสี UV หากติดตั้งบนดาดฟ้า ผนังภายนอก หรือใต้เมทัลชีท ควรเลือกชั้นท่อให้เหมาะสม มีแคลมป์รองรับ และป้องกันแสงแดดเพื่อยืดอายุการใช้งาน

ท่อสีเหลือง: ท่อ PVC-U สำหรับร้อยสายไฟและสายสื่อสาร

ท่อสีเหลืองในตลาดไทยโดยทั่วไปคือท่อพีวีซีแข็งสำหรับร้อยสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ หรือสายสื่อสาร มาตรฐานที่ใช้อ้างอิงคือ มอก. 216-2524 ซึ่งเป็นท่อสำหรับงานเดินสาย ไม่ใช่ท่อสำหรับรับแรงดันน้ำ

  • วัสดุ: PVC-U สูตรสำหรับท่อร้อยสาย ไม่ใช่สูตรท่อน้ำประปา
  • มาตรฐานหลัก: มอก. 216-2524
  • งานที่เหมาะสม: เดินสายไฟ สายโทรศัพท์ สายสื่อสาร ฝังผนัง เดินเหนือฝ้า และป้องกันสายเคเบิล
  • ไม่ควรใช้กับ: น้ำดื่ม น้ำประปา ระบบแรงดัน ท่อน้ำทิ้ง ท่อก๊าซ หรือท่อสารเคมี
  • ข้อควรระวัง: ข้อต่อและข้องอของท่อเหลืองออกแบบเพื่อการร้อยสาย ไม่ได้ออกแบบเพื่อซีลแรงดันน้ำ

ท่อเหลืองเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า วัสดุที่หน้าตาคล้ายกันไม่ได้ใช้แทนกันได้ แม้จะเป็น PVC-U เหมือนกับท่อน้ำบางประเภท แต่สูตรผลิต ขนาด การทดสอบ และการใช้งานต่างกัน การใช้ท่อเหลืองแทนท่อน้ำเป็นการลดต้นทุนที่ผิดประเภทและเสี่ยงต่อการไม่ผ่านตรวจรับ

ท่อสีเขียว: ท่อ PP-R สำหรับน้ำร้อนและน้ำเย็น

ท่อสีเขียวในตลาดไทยมักหมายถึงท่อ PP-R หรือ Polypropylene Random Copolymer นิยมใช้ในอาคารที่ต้องการระบบน้ำร้อนและน้ำเย็นที่มีอายุการใช้งานยาว เช่น คอนโดระดับกลางถึงสูง โรงแรม โรงพยาบาล โรงเรียน และอาคารพาณิชย์

  • วัสดุ: PP-R เป็นพอลิโพรพิลีนชนิด Random Copolymer ทนความร้อนได้ดีกว่า PVC-U
  • มาตรฐานอ้างอิงที่พบบ่อย: ISO 15874 หรือ DIN 8077 และ DIN 8078 ผู้ซื้อควรตรวจสอบใบรับรองและสเปกที่โครงการอนุมัติ
  • วิธีต่อ: เชื่อมด้วยความร้อนแบบ Socket Fusion หรือ Heat Fusion ทำให้ท่อและข้อต่อหลอมเป็นเนื้อเดียวกันเมื่อทำถูกวิธี
  • งานที่เหมาะสม: ระบบน้ำร้อน น้ำเย็น ห้องน้ำโรงแรม ชาร์ฟคอนโด ห้องเครื่อง ระบบสุขาภิบาลในโรงพยาบาล และงานที่ต้องการความสะอาดของน้ำ
  • ไม่ควรใช้กับ: งานกลางแจ้งที่โดนแดดโดยไม่มีฉนวนหรือการป้องกัน งานของเหลวอุตสาหกรรมอุณหภูมิสูงเกินสเปก หรือหน้างานที่ไม่มีช่างเชื่อมท่อที่ผ่านการฝึก

จุดแข็งของ PP-R คือเหมาะกับน้ำร้อน แต่คุณภาพงานติดตั้งสำคัญมาก หากช่างให้ความร้อนมากเกินไป น้อยเกินไป สอดท่อไม่ถึงระยะ หรือเชื่อมเอียง อาจทำให้หน้าตัดท่อตีบหรือเกิดการรั่วในอนาคต ในไทยควรใช้เครื่องเชื่อมที่อุณหภูมิคงที่ ทำตามเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด และเผื่อการขยายตัวของท่อในแนวยาว

ท่อสีดำ: ท่อ HDPE สำหรับงานฝังดิน งานภายนอก และระบบสาธารณูปโภค

ท่อสีดำโดยทั่วไปคือท่อ HDPE หรือ High-Density Polyethylene นิยมใช้มากในงานประปาภายนอก งานเทศบาล งานเกษตร งานโรงงาน งานเดินท่อฝังดิน และงานดันท่อลอดถนน หากใช้กับน้ำดื่ม มาตรฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องคือ มอก. 982-2556 ท่อพอลิเอทิลีนสำหรับน้ำดื่ม

  • วัสดุ: HDPE โดยมักระบุเกรด PE80 หรือ PE100 ตามสเปก
  • มาตรฐานหลัก: มอก. 982-2556 สำหรับท่อพอลิเอทิลีนสำหรับน้ำดื่ม
  • วิธีต่อ: Butt Fusion, Electrofusion หรือข้อต่อ Compression ตามขนาดท่อและรูปแบบระบบ
  • งานที่เหมาะสม: ท่อเมนฝังดิน ท่อส่งน้ำระยะไกล ระบบชลประทาน งานโรงงาน ท่อส่งจากปั๊ม และงานโครงสร้างพื้นฐาน
  • ข้อดี: ทนแรงกระแทก ยืดหยุ่น ไม่เป็นสนิม ทนการทรุดตัวของดินได้ดีกว่าท่อแข็งหลายชนิด
  • ไม่ควรใช้กับ: น้ำร้อนหากไม่ได้ระบุว่าใช้ได้ พื้นที่เสี่ยงไฟโดยไม่มีการป้องกัน หรือสารเคมีที่ยังไม่ตรวจสอบความเข้ากันได้

สีดำของ HDPE มักเกิดจาก Carbon Black ซึ่งช่วยเพิ่มความทน UV เหมาะกับสภาพแดดของไทยมากกว่าพลาสติกบางชนิด อย่างไรก็ตาม ต้องเลือก SDR หรือ PN ให้ตรงกับแรงดันจริง โดยเฉพาะระบบปั๊มที่มี Water Hammer และควรให้ช่างเชื่อมที่มีประสบการณ์ควบคุมอุณหภูมิ เวลา และแรงกดในการเชื่อม

ท่อสีขาว: งานสุขาภิบาล น้ำทิ้ง และงานที่ต้องการความเรียบร้อย

ท่อสีขาวในไทยมักพบในงานท่อน้ำทิ้ง ท่อระบายอากาศ ท่อสุขาภิบาล หรืองานที่ต้องการความเรียบร้อยด้านภาพลักษณ์ โดยส่วนมากเป็น PVC-U แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้แทนท่อน้ำแรงดันได้เสมอไป ต้องดูข้อความที่พิมพ์บนท่อและสเปกของผู้ผลิต

  • วัสดุ: มักเป็น PVC-U แต่ควรตรวจสอบมาตรฐานและประเภทการใช้งานจากตัวท่อ
  • งานที่เหมาะสม: ท่อน้ำทิ้งภายใน ท่ออากาศ ท่อระบายน้ำเบา งานสุขาภิบาลบางประเภท และบริเวณที่ต้องการความสวยงาม
  • ไม่ควรใช้กับ: ระบบน้ำประปาแรงดัน เว้นแต่ผู้ผลิตระบุและมีมาตรฐานรองรับชัดเจน
  • ข้อควรระวังในการจัดซื้อ: สีขาวอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าท่อใช้กับแรงดันหรือสุขาภิบาลได้ ต้องดูสัญลักษณ์และข้อต่อที่เข้าระบบ

ในอาคารไทยที่มีความชื้นสูง ท่อสุขาภิบาลต้องติดตั้งด้วยความลาดเอียงที่ถูกต้อง มีจุดรองรับเพียงพอ และใช้น้ำยาประสานท่ออย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันน้ำซึม กลิ่นย้อน และปัญหาฝ้าเพดานเสียหาย

ท่อสีเทา: งานระบายน้ำ น้ำเสีย และระบบไม่รับแรงดัน

ท่อสีเทามักถูกใช้กับระบบระบายน้ำ น้ำเสีย ท่ออากาศ และงานสุขาภิบาลแบบไม่รับแรงดัน เช่น ท่อจาก Floor Drain ท่อน้ำฝน ท่อ Soil Waste Vent และท่อระบายในอาคาร แต่เช่นเดียวกับท่อสีขาว ต้องตรวจสอบมาตรฐาน ความหนา และวัตถุประสงค์การใช้งานก่อนเสมอ

  • วัสดุ: ส่วนใหญ่เป็น PVC-U หรือพลาสติกสูตรเฉพาะตามประเภทสินค้า
  • งานที่เหมาะสม: ท่อน้ำทิ้ง ท่อน้ำเสีย ท่ออากาศ ท่อน้ำฝน และระบบอาคารที่ไม่รับแรงดัน
  • ไม่ควรใช้กับ: ท่อน้ำดีแรงดัน ท่อน้ำร้อน หรือท่อร้อยสายไฟ เว้นแต่ผลิตภัณฑ์นั้นระบุการใช้งานชัดเจน
  • จุดสำคัญในการติดตั้ง: ความลาดเอียง ระยะห่างแคลมป์ จุด Cleanout และการเผื่อการขยายตัว สำคัญกว่าการเลือกตามสีเพียงอย่างเดียว

สำหรับโรงงาน ครัวกลาง ร้านอาหาร และอาคารพาณิชย์ ควรตรวจสอบประเภทน้ำทิ้งเพิ่มเติม น้ำเสียทั่วไปอาจใช้ท่อสุขาภิบาลมาตรฐานได้ แต่ถ้ามีอุณหภูมิสูง ไขมัน สารเคมี หรือกรดด่าง ควรมีบ่อดักไขมัน ระบบบำบัด หรือเลือกวัสดุพิเศษตามคำแนะนำของวิศวกร

PVC-U, PP-R และ HDPE ต่างกันอย่างไร

แม้สีท่อจะช่วยให้ดูหน้างานง่ายขึ้น แต่คุณสมบัติจริงมาจากเคมีของวัสดุ ผู้รับเหมาควรเข้าใจความต่างพื้นฐานของวัสดุหลัก 3 กลุ่มนี้

  • PVC-U: แข็ง ราคาคุ้มค่า ติดตั้งง่ายด้วยน้ำยาประสานท่อ เหมาะกับน้ำเย็นและงานระบายน้ำหลายประเภท แต่จำกัดเรื่องความร้อนและแรงกระแทกบางสภาวะ
  • PP-R: ทนความร้อน เหมาะกับน้ำร้อนและน้ำเย็น ใช้การเชื่อมด้วยความร้อน ต้องออกแบบเผื่อการขยายตัว
  • HDPE: ยืดหยุ่น ทนแรงกระแทก เหมาะกับงานฝังดินและงานภายนอก ใช้การเชื่อม Fusion หรือข้อต่อเฉพาะ และต้องเลือก SDR หรือ PN ให้ตรงงาน

คู่มือเลือกท่อสำหรับงานบ้าน อาคาร และโรงงานในไทย

  • บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม: ใช้ท่อ PVC-U สีน้ำเงินสำหรับน้ำเย็น ท่อเหลืองสำหรับร้อยสายไฟ ท่อเทาหรือขาวสำหรับน้ำทิ้ง และ PP-R สำหรับน้ำร้อนจากเครื่องทำน้ำอุ่นหรือระบบรวม
  • คอนโดมิเนียมและโรงแรม: ใช้ PP-R สำหรับน้ำร้อนและงานคุณภาพสูง ใช้ท่อสีน้ำเงินในระบบน้ำเย็นตามสเปก ใช้ท่อเทาสำหรับชาร์ฟน้ำทิ้ง และท่อเหลืองสำหรับไฟฟ้า
  • โรงงานและคลังสินค้า: ใช้ HDPE สำหรับท่อน้ำภายนอกหรือฝังดิน ใช้ PVC-U สำหรับน้ำเย็นบางระบบ และเลือกวัสดุพิเศษสำหรับสารเคมี
  • งานเกษตรและชลประทาน: ใช้ PVC-U สีน้ำเงินสำหรับแนวท่อคงที่แรงดันต่ำถึงปานกลาง และ HDPE สีดำสำหรับแนวยาว งานกลางแจ้ง หรือแนวฝังดิน
  • งานโครงสร้างพื้นฐาน: ใช้ HDPE ตาม มอก. 982-2556 เมื่อเป็นงานท่อน้ำดื่มที่กำหนด พร้อมควบคุมคุณภาพการเชื่อมและทดสอบแรงดัน

เช็กลิสต์ก่อนสั่งซื้อท่อในประเทศไทย

  • ยืนยันประเภทงานก่อนเสมอ: น้ำดื่ม น้ำร้อน น้ำทิ้ง ร้อยสายไฟ เกษตร หรืออุตสาหกรรม
  • อ่านตัวพิมพ์บนท่อ: เลข มอก. ขนาด ชั้นท่อ SDR PN ผู้ผลิต และล็อตการผลิต
  • เลือกข้อต่อ น้ำยาประสาน เครื่องเชื่อม หรือข้อต่อ Electrofusion ให้ตรงกับวัสดุ
  • พิจารณาสภาพหน้างานไทย: แดด UV ความร้อนบนดาดฟ้า ฝนมรสุม น้ำท่วม ดินทรุด และการเข้าซ่อมบำรุง
  • ขอเอกสารรับรอง มอก. 17-2561, มอก. 216-2524 หรือ มอก. 982-2556 ตามที่โครงการกำหนด
  • ห้ามสลับสีหรือสลับวัสดุโดยไม่ได้รับอนุมัติจากวิศวกรหรือที่ปรึกษาโครงการ

สรุปสำหรับผู้รับเหมาและฝ่ายจัดซื้อ

ในตลาดวัสดุก่อสร้างไทย สีท่อเป็นตัวช่วยระบุประเภทงานได้รวดเร็ว แต่ไม่ใช่หลักฐานแทนมาตรฐาน ท่อสีน้ำเงินมักเป็น PVC-U สำหรับน้ำเย็นตาม มอก. 17-2561 ท่อสีเหลืองเป็นท่อร้อยสายไฟตาม มอก. 216-2524 ท่อสีดำมักเป็น HDPE สำหรับน้ำดื่มหรือระบบสาธารณูปโภคตาม มอก. 982-2556 ท่อสีเขียวมักเป็น PP-R สำหรับน้ำร้อนและน้ำเย็น ส่วนท่อสีขาวและสีเทามักใช้กับงานสุขาภิบาล น้ำทิ้ง และระบบไม่รับแรงดัน วิธีทำงานแบบมืออาชีพคืออ่านสเปกบนท่อ ตรวจใบรับรอง และเลือกวัสดุให้ตรงกับแรงดัน อุณหภูมิ สภาพแวดล้อม และข้อกำหนดของโครงการ

ต้องการให้ทีมช่วยคัดวัสดุที่เหมาะกับโครงการ?

ส่ง BOQ หรือข้อความสั้น ๆ มาให้ทีมฝ่ายขาย แล้วเราจะช่วยคุณเลือกสเปกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการ

ติดต่อเรา เทคฮับ